เรื่อง ฟิลเลอร์ ฉีดฟิลเลอร์

 1. ฟิลเลอร์คืออะไร?

สารเติมเต็มผิวหรือที่เรียกทางการแพทย์ว่า เดอร์มอล ฟิลเลอร์ (Dermal filler) คือ สารไฮยารูโรนิก แอซิด (Hyaluronic acid ) หรือ HA เป็นสารที่รับรองมาตรฐานความปลอดภัยทั่วโลกแล้ว เป็นสารสกัดจากธรรมชาติที่มีองค์ประกอบของคอลลาเจน

2. ฟิลเลอร์มีคุณสมบัติอย่างไร ?

คุณสมบัติของฟิลเลอร์ ช่วยในการกักเก็บน้ำของชั้นใต้ผิวที่ได้รับการแก้ไข หน้าตอบ ร่องแก้มลึก ฟิลเลอร์จะช่วยเติมเต็มช่องว่างให้กับเซลล์ผิวหนัง หรือเพิ่มปริมาตรให้กับผิว เทียบได้กับการติดสปริงให้กับผิว ให้ผิวมีความยืดหยุ่น เต่งตึงกระชับขึ้น ผิวเรียบเสมอกัน ลดริ้วรอยเหี่ยวย่น ทำให้ใบหน้าดูเด็กลงอย่างชัดเจน รวมไปถึงการปรับรูปหน้า เติมเต็มรูปหน้าให้สมส่วน ได้รูปยิ่งขึ้น และจะสลายตัวไปได้เองตามธรรมชาติ สำหรับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะสามารถนำฟิลเลอร์ มาเติมเติมได้ทุกส่วนของผิว

3. จุดที่นิยมฉีดฟิลเลอร์
– ฉีดฟิลเลอร์คาง เพื่อปรับรูปหน้าให้ดูเรียวและยาวขึ้น
– ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม เติมเต็มร่องแก้มที่ลึก ลดปัญหาแก้มตอบ สาเหตุทำให้ดูแก่ก่อนวัย
– ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ขมับ เติมเต็มบริเวณใบหน้าผากที่แบบทำให้นูนดูมีมิติและสวยเข้ารูป
– ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เติมเต็มริ้วรอยใต้ตาให้ดูไม่ลึก
– ฉีดฟิลเลอร์ริมฝีปาก เติมเต็มริมฝีปากให้ดูอวบอิ่ม เติมริ้วรอยร่องมุมปาก
– ฉีดฟิลเลอร์จมูก ช่วยให้จมูกโด่งได้ไม่ต้องผ่าตัดศัลยกรรม
– ฉีดฟิลเลอร์เติมเต็มหลุมแผลเป็น
– ฉีดฟิลเลอร์ midface

4. ประเภทของฟิลเลอร์

1. แบบชั่วคราว (Temporary Filler) จะมีอายุการใช้ประมาณ 4-6 เดือน มีความปลอดภัยค่อนข้างสูง และสามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ

2. แบบกึ่งถาวร (Semi Permanent Filler) แบบนี้จะมีอายุยาวกว่าแบบที่ 1 สามารถอยู่ถึง 2 ปี มีความปลอดภัยปานกลาง

3. แบบถาวร (Permanent Filler) เป็นสารเติมเต็มแบบ ซิลิโคน หรือ พาราฟิน หลังจากฉีดไปแล้วสามารถอยู่ในผิวไปได้ตลอดไม่สามารถสลายได้องตามธรรมชาติ และ อาจมีผลข้างเคียงระยะยาว

5. ฉีดฟิลเลอร์อย่างไรให้เห็นผล ปลอดภัย

หลังจากฉีดฟิลเลอร์ในตำแหน่งที่ต้องการแล้วจะเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ แต่แพทย์มักจะให้รอดูผลลัพธ์สักระยะ เพราะตอนนั้นน้ำที่บวมอยู่ก็จะหมดไปแล้ว หากยังต้องการเติมตรงไหนก็สามารถทำเพิ่มได้ ทั้งนี้ โดยส่วนมากผลลัพธ์การฉีดฟิลเลอร์แบบชั่วคราว เพิ่มมากหรือน้อยขึ้นกับร่างกายของแต่ละคน หรือ บริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ หากกล้ามเนื้อเคลื่อนไหวมากสารมักสลาย เร็วก่อนบริเวณอื่น ขอแนะนำว่าให้เลือกฉีดฟิเลอร์กับแพทย์ที่เชี่ยวชาญเท่านั้น และอย่าลืมตรวจสอบก่อนว่าอุปกรณ์ และสารฟิลเลอร์มีคุณภาพมาตรฐานหรือไม่ จะได้มั่นใจไร้กังวลเรื่องผลข้างเคียง

รถติด อารมณ์เสีย ระวังส่งผลเสียกับร่างกายไม่รู้ตัว

    พอถึงเวลาเร่งด่วนสิ่งที่ผู้คนมักเจอมากที่สุดคือ รถติด การจราจรที่แออัดบนถนนสิ่งที่ตามมาคืออารมณ์ เราคงเห็นข่าวต่างๆจากสื่อออนไลน์ ข่าวโทรทัศน์ที่มีการทำร้ายร่างกายกันจากการขับรถ แน่นอนว่าการจราจรบบนท้องถนนที่แออัดของเมืองไทย เปรียบเสมือนด่านทดสอบความอดทนของผู้ขับขี่ ภาวะทางอารมณ์ที่ต้องทนให้ได้แม้จะพบเจอมันทุกวันก็ตาม

อารมณ์เสียทุกครั้งเมื่อเห็นว่ารถติดหนักมากๆ เชื่อว่าหลายคนเคยประสบกับสภาวะแบบนี้ แน่นอนว่าเราขับรถมาถนนที่ติดมากทุกวัน ก็มีอารมณ์หงุดหงิดบ้าง บางคนถึงขั้นบ่นขณะอยู่ภายในรถ ซึ่งแบบนี้ถือว่าเสี่ยงต่อการเกิดอารมณ์ชั่วหวูบ อาจเกิดการทะเลาะวิวาทได้หากถูกแซง หรือ ถูกขับปาดหน้า ซึ่งมันคืออารมณ์เกรี้ยวกราดที่เกิดขึ้นขณะขับรถ บางคนถึงกับบิดแตรรถคันหน้าให้ไปเร็วๆก็มี ในปี 2014 มีผลงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดระบุว่า อารมณ์หงุดหงิดและเกรี้ยวกราดจากการเผชิญกับปัญหาการจราจรบนท้องถนนนั้น ส่งผลเสียต่อทั้งร่างกายและจิตใจ ทางร่างกาย ภาวะความเครียดทำให้ความดันโลหิตสูง รวมถึงอาจเกิดภาวะหลอดเลือดหัวใจอุดตันได้ เราคงเคยเห็นข่าวคนขับโรคหัวใจกำเริบขณะขับขี่รถยนต์จนเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงมาแล้ว นอกจากนี้ความเครียดสะสมยิ่งทำให้เกิดความหงุดหงิดมากขึ้นจนนำไปสู่ภาวะทางอารมณ์ที่ฉุนเฉียวและเกิดการทะเลาะวิวาทได้

วิธีลดอารมณ์โกรธหากต้องเจอกับรถติด หรือ ขณะขับขี่รถยนต์

นอกจากเรื่องสุขภาพของผู้ขับขี่แล้ว สิ่งหนึ่งที่ต้องคำนึงคืออารมณ์ที่อาจส่งกระทบต่อการขับขี่ด้วย เรามาลองวิธีทำให้รู้สึกผ่อนคลายขณะขับรถ อย่างแรกคือ ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยไม่ว่าคุณจะเป็นคนอารมณ์ร้อนแค่ไหน คุณต้องคำนึงถึงคนในครอบครัวเป็นอันดับแรก ลองหารูปครอบครัวติดไว้ในรถเวลามองรูปครอบครัวจะทำให้รู้สึกดีขึ้นและถึงที่หมายอย่างปลอดภัย

เปิดเพลงเพราะๆ ช้าๆ หรือฟังเรื่องตลกๆ คุณลองหาเพลงเพราะๆ ผ่อนคลาย หรือ เรื่องเล่าจากรายการตลกมาฟังภายในรถขณะรถติด เสียงหัวเราะก็ช่วยให้คุณรู้สึกเย็นลงได้เช่นกัน หรือ ถ้ารถติดมากๆ ลองผ่อนคลายด้วยการหายใจเข้า-ออกช้าๆ นับ 1 – 10 ก็มีส่วนช่วยความผ่อนคลายรู้สึกโกรธลงได้

ลองเปลี่ยนเส้นทางดูบ้าง หากว่าเส้นทางที่คุณขับรถทุกวันมักหนาแน่น ลองเปลี่ยนเส้นทางใกล้เคียงที่รถไม่ติดบ้างสิ ถนนโล่งๆนอกจากจะถึงที่หมายเร็วแล้วยังไม่ต้องเครียดอารมณ์เสียกับปัญหารถติดอีกด้วย

ลองแวะพักปั๊มน้ำมันบ้างก็ดีนะ หากว่าคุณเจอกับปัญาหรถติดมากๆ โดยเฉพาะช่วงเทศกาลลองหาวิธีผ่อนคลายโดยการแวะพักเหนื่อยที่ปั๊มน้ำมันหาเครื่องดื่มเย็นๆ ปรับอารมณ์ให้ผ่อนคลายก็เป็นอีกหนึ่งวิธีไม่ทำให้เราหัวร้อน

หมู่บ้านชิราคาวาโกะ มรดกโลกสัมผัสธรรมชาติกลางหุบเขา

    แหล่งท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นมีมากมาย และหลายคนที่ชื่นชอบบรรยากาศแบบธรรมชาติ สงบเงียบ อีกแห่งที่นักเที่ยวนิยมไปสัมผัสอย่าง หมู่บ้านชิราคาวาโกะ หมู่บ้านที่สวยงามมากจนเหมือนอยู่ในฝันยิ่งช่วงหิมะตกก็ยิ่งฟินเข้าไปอีก

หมู่บ้านแห่งนี้ตั้งอยู่ที่จังหวัดกิฟุ ห่างจากเมืองโตเกียว ราว 350 กิโลเมตร เป็นหมู่บ้านเล็กๆกลางหุบเขา ที่มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นมากจนใครๆต่างเดินทางมาสัมผัสความสวยงามท่ามกลางธรรมชาติที่บรรยากาศแบบดั้งเดิม นอกจากนี้แล้วหมู่บ้านนี้ยังมีรูปทรงของบ้านที่คงแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมเอาไว้ จนทำให้องค์การยูเนสโก้ ขึ้นทะเบียนหมู่บ้านชิราคาวาโกะ เป็นมรดกโลกในปี 1995 แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่นักท่องเที่ยวนิยมนั้นคือการชมบ้านเรือนที่มีรูปทรงแปลกตา ที่ชาวญี่ปุ่นเรียกว่า บ้านทรงกัสโชสึคุริ

บ้านทรงกัสโชสึคุริ คือ บ้านสร้างขึ้นในรูปแบบสถาปัตยกรรมของญี่ปุ่น เป็นบ้านที่นิยมสร้างเมื่อกว่า 300 ปีก่อน ลักษณะของบ้านเหมือนกับการพนมมือซึ่งเป็นการนำเอาหลังคาแบบคายาบุกิมาต่อกัน และมีความลาดชันมาก เนื่องจากบริเวณหมู่บ้านในฤดูหนาวจะมีหิมะตกหนักมากหลังคาช่วยป้องกันการทับทมของหิมะ ให้ไหลลงมาด้านล่างนั่นเอง ภายในหมู่บ้านชิราคาวาโกะ จะมีบ้านทรงกัสโชสึคุริ กระจายอยู่ตามพื้นที่ของหมู่บ้าน นอกจากนี้ลักษณะเด่นของบ้านอีกคือ หลังคา คายิบุกิ เป็นการมุงหลังคาโดยไม่ใช้การตอกด้วยตะปูเลยสักตัว ซึ่งชาวบ้านจะใช้หญ้าแพมพัสมาประกอบการทำหลังคา นอกจากช่วยป้องกันแดด ฝน และหิมะได้ดีแล้ว ตัวบ้านยังทำจากวัสดุธรรมชาติแทบทั้งหลัง นั่นทำให้หมู่บ้านแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกความสวยงามและวิถีชีวิตของชาวบ้านให้นักท่องเที่ยวได้มาเยือน

ช่วงเวลาเที่ยวชมหมู่บ้านชิราคาวาโกะ

หมู่บ้านชิราคาวาโกะ สามารถท่องเที่ยวได้เกือบทุกฤดู แต่คนส่วนมากนิยมเดินทางท่องเที่ยวช่วงฤดูหนาว ราวเดือนธันวาคม – ต้นกุมภาพันธ์ จะเป็นช่วงหิมะตกหนักซึ่งจะมีความสวยงามเป็นพิเศษ นอกจากนี้ยังช่วงเวลาเปิดไฟประดับหมู่บ้านเพิ่มความสวยงาม จะเห็นหิมะปกคลุมหลังคาของบ้านมีความสุขไม่น้อยและควรค่าแก่การถ่ายภาพเป็นที่ระลึก นอกจากนี้ในช่วงฤดูใบไม้ผลิก็มีความสวยงามเช่นกัน ซึ่งเป็นช่วงที่ดอกซากุระล่วงหล่นลงมามองเห็นหลังคาบ้านเป็นสีชมพูสวยงาม ช่วงฤดูร้อน ก็เหมาะแก่การเที่ยวชมเช่นกัน จะเป็นช่วงที่รวงข้าว ดอกไม้ใบหญ้า งอกงามเป็นทุ่งสีเขียวสบายตาอีกทั้งยังอากาศบริสุทธิ์ หรือจะเป็นฤดูใบไม้ร่วง เป็นช่วงที่ใบไม้บริเวณหมู่บ้านเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลือง สีแดง ให้ความสวยงามละลานตาเลยทีเดียว

นับเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวของญี่ปุ่นที่มีความสวยงามทางธรรมชาติ ความโดดเด่นของหมู่บ้านอันเก่าแก่ และวิถีชีวิตของผู้คนที่เรียบง่าย หากใครเดินทางมายังประเทศญี่ปุ่นควรลองมาเที่ยวหมู่บ้านชิราคาวาโกะสักครั้ง

มังกรน้อย

  ทีมชาติเวลส์ที่หลังจากหมดยุคของกุนซือคริส โคลแมน กุนซือที่พาทีมชาติเวลส์ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2016 ที่ประเทศฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพเมื่อ 2 ปีก่อน ซึ่งพวกเขาผ่านเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ แต่ก็ไปพ่ายให้กับทีมชาติโปรตุเกสที่มีคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยอดดาวเตะระดับโลกเสียก่อน และหลังจากจบทัวร์นาเม้นต์นั้น คริส โคลแมนก็เลือกที่จะย้ายไปคุมทีมซันเดอร์แลนด์ ที่อยู่ในลีกแชมเปี้ยนชิปในเวลานั้นแทน ทำให้เวลส์ต้องมาตั้งไรอัน กิ๊กส์ อดีตยอดปีกของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเข้ามาคุมทีมแทน ซึ่งกิ๊กส์ในวัย 44 ปียังไม่มีประสบการณ์ในการคุมทีมอย่างเป็นทางการเลยด้วยซ้ำ แต่สมาคมฟุตบอลของเวลส์ก็กล้าที่จะให้โอกาสกุนซือหน้าใหม่วัย 44 ปีได้ทำหน้าที่

การเข้ามาของไรอัน กิ๊กส์ ก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงวิธีการเรียกตัวผู้เล่นทันที เมื่อตำนานของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดผู้นี้ให้ความสำคัญกับการเรียกดาวรุ่งเข้ามาติดทีมเป็นอย่างมาก เพื่อเป็นการให้โอกาสนักเตะหน้าใหม่ด้วย ซึ่งมีนักเตะหน้าใหม่ที่ก้าวขึ้นมาติดทีมชาติชุดใหญ่เป็นครั้งแรกในยุคการคุมทีมของไรอัน กิ๊กส์หลายรายทีเดียว และทำผลงานได้ดีเสียด้วย อย่างในการแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ ลีกล่าสุดที่พวกเขาเปิดบ้านยำใหญ่ใส่ทีมชาติไอร์แลนด์ของมาร์ติน โอนิลไปได้ถึง 4-1 ก็มีการใช้นักเตะดาวรุ่งหลายรายทีเดียว ซึ่งดาวรุ่งที่โดดเด่นมากๆ ของทีมชาติเวลส์ในวันนั้นก็คืออีธาน อัมปาดู ดาวรุ่งหัวฟูวัยเพียง 17 ปีจากสโมสรเชลซี ทที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่น และสามารถแอสซิสต์ให้เพื่อนทำประตูได้ด้วย ซึ่งถือว่าเป็นการเริ่มต้นยุคใหม่ของทีมชาติเวลส์ได้อย่างน่าประทับใจทีเดียว เพราะทีมชาติไอร์แลนด์ในยุคของมาร์ติน โอนิลนั้นไม่ใช่ว่าจะเป็นทีมที่เอาชนะกันได้ง่ายๆ เลย แต่ทีม “มังกรน้อย” ทีมนี้กลับทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยมีแกเร็ธ เบล ดาวเตะจากเรอัล มาดริดเป็นหัวโจกในแนวรุก ส่วนแนวรับก็จะมีแอชลี่ย์ วิลเลี่ยม กองหลังตัวเก๋าที่เป็นกัปตันทีมชุดนี้เป็นแกนหลัก และแดนกลางก็มีอารอน แรมซี่ย์ เป็นหัวหมู่ทะลวงฟันแนวรับของคู่แข่ง ซึ่งถือว่าดูดีมีอนาคตทีเดียวสำหรับทีมชาติเวลส์ชุดนี้ ซึ่งเกมที่พวกเขาถล่มทีมชาติไอร์แลนด์นั้นเล่นได้เข้าตามากๆ และครองเกมบุกใส่ทีม “ยักษ์เขียว” ได้ตลอดทั้งเกมเลยด้วย ถือว่าน่าติดทีมมากสำหรับดาวรุ่งของเวลส์ชุดนี้

อนาคตของโซลันกี้

    อนาคตเริ่มจะไม่สดใสเสียแล้วสำหรับโดมินิค โซลันกี้ กองหน้าดาวรุ่งของลิเวอร์พูล ที่อยู่ในถิ่นแอนฟิลด์ฤดูกาลนี้เป็นฤดูกาลที่ 2 แล้ว แต่เขายังไม่ได้รับโอกาสในการลงสนามอย่างเต็มที่เลย และตั้งแต่ย้ายมาเขาก็พึ่งทำประตูให้กับทีมได้เพียงแค่ประตูเดียวเท่านั้นเมื่อฤดูกาลที่แล้ว แต่ฤดูกาลนี้เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมันยังไม่ได้ให้โอกาสเขาลงสนามแม้แต่นัดเดียวในฤดูกาลนี้ โดยมีเพียงเกมช่วงพรีซีซั่นเท่านั้นที่เขาได้โอกาสลงสนามบ่อย แต่พอเริ่มฤดูกาลจริงก็เป็นเพียงแค่ตัวสำรองเท่านั้น และบางเกมก็ไม่มีชื่อบนม้านั่งสำรองด้วยซ้ำ ซึ่งตอนนี้โดมินิค โซลันกี้ กองหน้าวัย 20 ปีต้องกลายเป็นกองหน้าตัวเป้าลำดับที่ 3 ของทีม ต่อจากโรแบร์โ ฟิร์มิโน่ กองหน้าทีมชาติบราซิลที่เป็นตัวแรก และตัวเลือกอันดับที่ 2 ก็คือดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ที่ตอนแรกเกือบจะถูกปล่อยออกจากทีมแล้วด้วยซ้ำ แต่ว่าไปโชว์ฟอร์มดีในช่วงพรีซีซั่น ทำให้กุนซือชาวเยอรมันตัดสินใจเก็บไว้ใช้งานต่อ ทำให้โซลันกี้ต้องหล่นไปเป็นตัวเลือกดำดับที่ 3 ทำให้โอกาสในการลงสนามน้อยขึ้นไปอีก

ซึ่งเมื่อฤดูกาลที่แล้วโซลันกี้ได้ลงในเกมลีกไปถึง 21 นัด ถึงแม้ว่าจะเป็นในฐานะตัวสำรองซะส่วนใหญ่ก็ตาม ซึ่งพอเขาได้โอกาสลงสนามก็ทำผลงานได้ไม่ดีนัก และทำได้เพียงแค่ประตูเดียวเท่านั้น ซึ่งเป็นเกมนัดสุดท้ายของเมื่อฤดูกาลที่แล้วที่ทีมเปิดรังแอนฟิลด์ถล่มไบรท์ตันไป 4-0 จากการลงสนามในทุกรายการถึง 27 นัดเลยทีเดียว ซึ่งเมื่อกลางปีที่แล้วโดมินิค โซลันกี้ถูกจับตามองเป็นอย่างมาก และถูกคาดว่าน่าจะเป็นการเซ็นต์สัญญาที่ยอดเยี่ยมของทางลิเวอร์พูลด้วยซ้ำ เพราะทีม “หงส์แดง” ไปเซ็นต์สัญญามาแบบฟรีๆ หลังตัวนักเตะหมดสัญญากับทางเชลซีพอดี ซึ่งช่วงนั้นโซลันกี้พึ่งทำผลงานได้อย่างสุดยอด และพาทีมชาติอังกฤษชุดอายุไม่เกิน 20 ปีคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกรุ่นยู 20 มาได้ด้วย ซึ่งเขาได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยม หรือว่าลูกบอลทองคำในทัวร์นาเม้นต์นั้นด้วย แต่ช่วงต้นฤดูกาลที่ผ่านมาเขายังไม่ได้รับโอกาสในการลงสนามแม้แต่นัดเดียว ทำให้อนาคตของเขากับสโมสร และในนามทีมชาติอังกฤษก็เริ่มที่จะเลือนลางลงไปเรื่อยๆ แล้ว ซึ่งต้องดูต่อไปจากนี้เขาจะได้รับโอกาสมากขึ้นหรือไม่ มิเช่นนั้นอาจจะต้องมีการย้ายทีมหลังจากจบฤดูกาลนี้

 

Netflix คอนเฟิร์ม The Crown ซีซั่น 3 ถ่ายทำแล้วพร้อมเผยผู้มารับบท ควีนเอลิซาเบธที่ 2 คนใหม่

  The Crown อีกหนึ่งซีรี่ย์ทุ่มทุนสร้างจาก Netflix ที่มียอดผู้ชมจำนวนมากรวมถึงคว้ารางวัลต่างๆมานับไม่ถ้วนไม่ว่าจะเป็นรางวัลลูกโลกทองคำ รางวัลสมาคมนักแสดงภาพยนตรต์และโทรทัศน์ ฯลฯ ซึ่งตอนนี้ซีรี่ย์นำเสนอมาแล้วจำนวน 2 ซีซั่น ทาง Netflix ก็มีแผนสร้างถึง 6 ซีซั่นด้วยกัน ทั้งนี้สำหรับแฟนๆที่กำลังรอคอยซีซั่น 3 ตอนนี้มีข่าวดีแล้วว่า ทาง Left Bank Pictures ผู้สร้างซีรี่ย์ กำลังถ่ายทำพร้อมทั้งเปลี่ยนนักแสดงยกเซต

หลังเราได้เห็น แคลร์ ฟอย ในบทบาท สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 จากซีซั่นที่ผ่านมาคงต้องบอกลาเธอในบทดังกล่าวแล้ว เพราะในซีซั่น 3 จะบอกเล่าเรื่องราว สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 ในช่วงเจริญพระชนมพรรษากว่าเดิม โดยนักแสดงที่มารับบทคือ โอลิเวีย โคลแมน นอกจากนี้ยังมีนักแสดงอื่นอีก อาทิ โทเบียส เมนซีส์ (จากซีรี่ย์ดัง Game of Thrones)มา รับบท ดยุคแห่งเอดินบาระ, เฮเลน่า บอนแฮม คาร์เตอร์ รับบท เจ้าหญิงมาร์กาเร็ต เรียกว่าเป็นวัยของตัวละครจากวัยหนุ่มสาวสู่วัยผู้ใหญ่เต็มตัว อีกทั้งยังมีตัวละครใหม่เพิ่มเข้ามาอย่าง ฮาโรลด์ วิลสัน นายกรัฐมนตรีพรรคแรงงาน ที่คาดว่าจะมีบทบาทมากในซีซั่นนี้

โดย The Crown ซีซั่น 3 ยังมีการคัดเลือกนักแสดงใหม่เกือบทั้งหมด เนื่องจากเป็นช่วงวัยที่เปลี่ยนไปและเป็นซีรี่ย์ไม่กี่เรื่องที่มีการเปลี่ยนนักแสดงเพื่อให้เข้ากับช่วงวัยคาดว่าในซีซั่นนี้เรามีฉากสำคัญค่อนข้างมากพอสมควร รวมถึงความละเอียดของเรื่องที่ผู้สร้างต้องศึกษาอย่างรอบคอบเพื่อไม่ส่อถึงเจตนาหมิ่นประมาทอีกด้วย นอกจากตัวละครอื่นที่จะเพิ่มเข้ามาในซีซั่นใหม่ สิ่งหนึ่งที่แฟนๆกำลังกล่าวถึงว่าผู้สร้างจะนำตัวละครสำคัญอย่าง เจ้าหญิงไดอาน่า ปรากฏในซีรี่ย์หรือไม่ โดยทางโปรดิวเซอร์เผยเนื้อหาตอนจบที่ปูทางไปซีซั่น 4 แล้วด้วย

สำหรับเนื้อเรื่องทาง Netflix ยังไม่เปิดรายละเอียดอย่างเป็นทางการ แต่เนื้อเรื่องคร่าวๆว่า เป็นช่วง สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 พระชนมพรรษา 40 พรรษา รวมถึงเหตุการณ์สำคัญของอังกฤษในช่วงนั้น เช่น พระราชพิธีกาญจนาภิเษก ในโอกาสที่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี และ เจ้าหญิงมากาเร็ตที่มีความสัมพันธ์ไม่ค่อยดีนักในพระองค์ ที่เนื้อเรื่องจะเข้มข้นมากกว่าซีซั่นที่ผ่านมา

The Crown ซีรี่ย์ที่มีทุนสร้างสูงที่สุดของ Netflix โดยทุนสร้างอยู่ที่ตอนละ 5 ล้านปอนด์ หรือราว 219 ล้านบาท โดยมี แคลร์ ฟอย รับบท สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ปัจจุบันซีรี่ย์ออกอากาศทั้งหมด 2 ซีซั่น จำนวน 20 ตอน (ซีซั่นละ 10 ตอน) สำหรับ ซีซั่น 3 เริ่มถ่ายทำตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2017 จะมีกำหนดออกอากาศทาง Netflix ช่วงปี 2019

วิลล่า ท่าจะยาก

  ก่อนเริ่มฤดูกาลในศึกอีเอฟแอล แชมเปี้ยนชิปในฤดูกาลนี้ แอสตัน วิลล่า ทีมที่เคยเล่นในศึกพรีเมียร์ลีกมาตลอด ถือว่าเป็นตัวเต็งที่จะได้เลื่อนชั้นกลับไปเล่นในลีกสูงสุดอีกครั้ง หลังจากที่เมื่อฤดูกาลที่แล้วพวกเขาผิดหวังในรอบชิงชนะเลิศเพลย์ออฟที่พวกเขาไปแพ้ให้กับฟูแล่ม 0-1 ทำให้ชวดเลื่อนชั้นอย่างน่าเสียดาย ทำให้ฤดูกาลนี้สตีฟ บรูซ กุนซือของทีมมุ่งมั่นและตั้งเป้าว่าจะต้องเลื่อนชั้นให้ได้ ซึ่งทีม “สิงห์ผงาด” ทำได้ยอดเยี่ยมทีเดียวที่ยังเก็บแจ็ค กรีลิช กองกลางดาวรุ่งคนสำคัญไว้กับทีมได้ในฤดูกาลนี้ หลังจากที่มีท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์สให้ความสนใจที่จะคว้าตัวไปร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ซึ่งสโมสรตัดสินใจที่จะไม่ขาย และเก็บดาวรุ่งทีมชาติอังกฤษชุดรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปีไว้ เพื่อลุ้นที่จะเลื่อนชั้นให้ได้ในฤดูกาลนี้ ซึ่งก่อนที่ฤดูกาลจะเริ่มขึ้นมีข่าวลือด้วยว่าจะมีการเปลี่ยนตัวผู้จัดการทีมจากสตีฟ บรูซมาเป็นเธียร์รี่ อองรี อดีตยอดกองหน้าของอาร์เซน่อล ที่ปัจจุบันทำงานเป็นมือขวาของโรแบร์โต้ มาร์ติเนซในทีมชาติเบลเยี่ยมอยู่ แต่สุดท้ายผู้บริหารของทีมก็เลือกที่จะหนุนหลังให้อดีตกองหลังของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดรายนี้คุมทีมต่อไป

ช่วง 2 นัดแรกของฤดูกาลแอสตัน วิลล่าทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมทีเดียว เมื่อสามารถเก็บชัยชนะได้ 2 นัดรวด โดยสามารถบุกเอาชนะฮัลล์ ซิตี้ได้ 3-1 และนัดต่อมาเล่นในวิลล่า ปาร์ค เบียดเอาชนะวีแกน แอตเลติกได้ 3-2 แต่ 3 นัดต่อมาในลีกพวกเขากลับไม่สามารถเก็บชัยชนะได้เลย โดยเป็นการทำได้แค่เสมอทั้ง 3 นัดกับทางอิปสวิช ทาวน์ เบรนต์ฟอร์ด และเรดดิ้ง ทำให้คะแนนของพวกเขาไม่ดีนัก และในนัดล่าสุดก็มาแพ้เป็นนัดแรกของฤดูกาลให้กับเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ดอย่างขาดลอย 1-4 ทำให้แอสตัน วิลล่ามีเพียง 9 คะแนนเท่านั้นจาก 6 นัดที่ผ่านมา และตกไปอยู่อันดับที่ 11 ของตารางในเวลานี้ โดยมีคะแนนเป็นรองลีดส์ ยูไนเต็ด และมิดเดิ้ลโบรท์ที่มีทีมละ 14 คะแนนถึง 5 แต้มด้วยกัน ซึ่งวิลล่ากำลังมีปัญหาในเกมรับเป็นอย่างยิ่ง เมื่อพวกเขาเสียประตูในทุกนัดที่ลงสนามในฤดูกาลนี้ ซึ่งเป็นเวลา 8 นัดติดต่อกันแล้ว ที่พวกเขาไม่สามารถเก็บคลีนชีตได้เลย ทำให้มีข่าวว่าสตีฟ บรูซพยายามจะไปเกลี้ยกล่อมจอห์น เทอร์รี่ อดีตปราการหลังจอมแกร่งของเชลซี ที่เล่นกับวิลล่าเมื่อฤดูกาลที่แล้วให้กลับมาช่วยทีมอีกครั้งในฤดูกาลนี้

แดนกลางของ “หงส์”

    อย่างที่แฟนบอลทุกคนทราบกันดีว่าฤดูกาลนี้ทีมลิเวอร์พูลของกุนซือเจอร์เก้น คล็อปป์ มีการเปลี่ยนแปลงทีมไปมากทีเดียว หลังจากที่ต้องอกหักพ่ายแพ้ให้กับเรอัล มาดริดในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้ว โดยมีการซื้อนักเตะใหม่เข้ามาแทนที่นักเตะเก่าที่ต้องเสียออกจากทีมไปด้วย โดยฤดูกาลนี้ลิเวอร์พูลมีการเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งกองลางอย่างเห็นได้ชัด หลังจากที่ต้องเสียเอ็มเร่ ชาน กองกลางดีกรีทีมชาติเยอรมันออกจากทีมไปแบบไม่มีค่าตัว ซึ่งชานก็ไปเซ็นต์สัญญาร่วมทีมยูเวนตุสเรียบร้อยแล้ว ส่วนทางด้านลิเวอร์พูลก็ซื้อนักเตะเข้ามาแทนที่ในตำแหน่งกองกลางถึง 2 คน คือนาบี เกต้า กองกลางทีมชาติมาลีจากอาเบ ไลป์ซิก ซึ่งพวกเขาจองตัวมาร่วมปีเลยทีเดียว และอีกรายคือฟาบินโญ่ กองกลางสารพัดประโยชน์ชาวบราซิเลี่ยนจากโมนาโกนั่นเอง ซึ่งเขาเล่นได้ทั้งตำแหน่งแบ็คขวา ปราการหลังตัวกลาง รวมถึงกองกลางตัวตัดเกมด้วย

การเข้ามาของนักเตะใหม่ 2 คน ทำให้แดนกลางของลิเวอร์พูลอัดแน่นไปด้วยนักเตะเต็มไปหมด เนื่องจากนักเตะที่พวกเขามีอยู่ก่อนแล้วก็มากทีเดียว ทั้งเจมส์ มิลเนอร์ กองกลางตัวเก๋า จอร์จินโญ่ ไวจ์นัลดุม กองกลางดีกรีทีมชาติฮอลแลนด์ อดัม ลัลลาน่า กองกลางเชิงรุก รวมถึงจอร์แดน เฮนเดอร์สัน กองกลางกัปตันทีมด้วย และเซอร์ดาน ชากิรี่ ตัวรุกทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ ที่สามารถขยับมาเล่นเป็นกองกลางตัวรุกได้เช่นกัน หากในกรณีที่เจอร์เก้น คล็อปป์ ต้องการเล่นเกมรุกแบบเต็มสูบ ซึ่งทำให้กุนซือชาวเยอรมันมีทางเลือกให้ใช้งานมากทีเดียว

แต่ในช่วงต้นฤดูกาลที่ผ่านมาปรากฏว่าเจอร์เก้น คล็อปป์ กลับเจอ 3 ประสานในแดนกลางที่เล่นกันได้อย่างลงตัวตั้งแต่นัดแรกของฤดูกาลพรีเมียร์ลีกเลยทีเดียว โดยมีจอร์จินโญ่ ไวจ์นัลดุม เป็นกองกลางตัวรับ ส่วนอีก 2 รายคือนาบี เกต้า ที่เล่นได้ทั้งรุกและรับ และวิ่งขึ้นลงได้ตลอดทั้งเกม ส่วนอีกคนที่เล่นได้อย่างโดดเด่นในวัย 32 ปีก็คือเจมส์ มิลเนอร์ นักเตะประสบการณ์สูง ที่เล่นได้อย่างโดดเด่น และมีความเข้าใจเกมสูง ทำให้ลิเวอร์พูลได้ประโยชน์จากตรงนี้ไปมากทีเดียว แต่ในนัดล่าสุดเจอร์เก้น คล็อปป์ มีการเปลี่ยนแปลงแดนกลาง โดยให้โอกาสจอร์แดน เฮนเดอร์สัน กัปตันทีมตัวจริงได้ลงสนามบ้าง ซึ่งผลสุดท้ายถึงแม้ว่าทีมจะเอาชนะได้ก็ตาม แต่โดยรวมแล้วถือว่ายังทำผลงานได้ไม่ดีเท่ากับนาบี เกต้าในช่วง 3 นัดแรก ซึ่งต่อไปคงต้องลุ้นว่าคล็อปป์จะเลือกจัดแดนกลางอย่างไรต่อไป

 

ผลงานที่เหลือเชื่อ

    หลังจากเปิดฤดูกาลพรีเมียร์ลีกมาได้ 4 นัด ตอนนี้เหลือแค่เพียง 3 ทีมเท่านั้นที่สามารถเก็บชัยชนะรวดได้ทั้งหมด ซึ่งได้แก่ลิเวอร์พูล เชลซี ซึ่ง 2 ทีมนี้ถือว่าเป็นทีมใหญ่ทำให้ไม่น่าแปลกใจอะไรนัก แต่อีกทีมหนึ่งก็คือวัตฟอร์ด ที่ตอนแรกพวกเขาเป็นเต็งลำดับต้นๆ ที่จะต้องเป็นทีมที่จะตกชั้นในฤดูกาลนี้ด้วยซ้ำ แต่หลังจากเปิดฤดูกาลมาได้ 1 เดือน ลูกทีมของฆาบี การ์เซีย กุนซือหนุ่มชาวสเปนที่เข้ามาทำงานเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ต่อจากมาร์โก ซิลวา กุนซือหนุ่มชาวโปรตุเกสที่ถูกไล่ออกไป ซึ่งช่วงปลายฤดูกาลที่แล้วพวกเขาก็เก็บคะแนนได้น้อยมากๆ แต่ยังดีที่ช่วงต้นฤดูกาลพวกเขาตุนคะแนนไว้เยอะ ทำให้รอดจากการตกชั้นได้ไม่ยาก ทำให้ในฤดูกาลนี้ไม่ค่อยมีใครเชื่อใจฝีมือการคุมทีมของกุนซือวัย 48 ปีซักเท่าไหร่ ซึ่งเขาเป็นตัวเต็งลำดับต้นๆ ด้วยซ้ำที่จะถูกไล่ออกจากตำหน่งผู้จัดการทีมเป็นคนแรกของพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้

แต่หลังจากผ่านไปได้ 4 นัด ทีม “แตนอาละวาด” กลับเก็บชัยชนะรวดได้ทั้ง 4 นัด ที่พวกเขาเอาชนะไบรท์ตันได้ 2-0 ต่อด้วยการบุกเอาชนะเบิร์นลี่ย์ได้ 3-1 และก็เอาชนะคริสตัล พาเลซได้อีก 2-1 ซึ่งนักวิเคราะห์ก็ยังไม่เชื่อมือของพวกเขาซักเท่าไหร่ แต่ในนัดล่าสุดวัตฟอร์ดสามารถเปิดรังวิคาเลจ โร๊ด เอาชนะท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ หนึ่งในทีมที่มีโอกาสลุ้นแชมป์ในฤดูกาลนี้ได้สำเร็จ 2-1 ซึ่งคงต้องยอมรับแล้วว่าวัตฟอร์ดทีมนี้ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว ทั้งๆ ที่แทบไม่ได้มีการซื้อนักเตะเข้ามาเสริมทีมเลยด้วยซ้ำ แถมยังเสียริชาร์ลิซอน ตัวรุกตัวเก่งชาวบราซิเลี่ยนไปให้กับเอฟเวอร์ตันด้วย แต่พวกเขาก็ยังสามารถทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ โดยเฉพาะกับนัดที่พวกเขาเอาชนะสเปอร์สได้สำเร็จ 2-1 ทั้งที่ตามหลังไปก่อน 0-1 ในช่วงต้นครึ่งหลังด้วย แต่ก็ยังมาได้ประตูจากทรอย ดีนี่ย์ กองหน้าร่างใหญ่ และเคร็ก แคธคาร์ธ กองหลังชาวไอร์แลนด์เหนือ อดีตนักเตะเยาวชนของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดนั่นเอง

ถึงแม้ว่าวัตฟอร์ดจะสามารถเอาชนะได้ 4 นัดรวดในพรีเมียร์ลีกก่อนที่จะพักเบรคให้กับทีมชาติได้ลงทำการแข่งขันกันบ้าง แต่ไม่ใช่ว่าพวกเขาจะทำผลงานได้ดีแบบนี้ไปตลอด เพราะเมื่อฤดูกาลที่แล้วฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ ก็เคยเป็นทีมแบบนี้มาแล้ว แต่สุดท้ายพวกเขาก็ต้องตกไปอยู่ท้ายตารางเลยทีเดียว ซึ่งมันเป็นเรื่องของโมเมนตั้มด้วย โดยต้องดูว่าหลังจากเบรคทีมชาติมา แล้วต้องพบกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผลงานของพวกเขาจะเป็นอย่างไรกันบ้าง

 

สถานการณ์นายด่าน “ชุดขาว”

   สถานการณ์ในตำแหน่งผู้รักษาประตูมือ 1 ของทีมเรอัล มาดริดยังมีความคลุมเครือเป็นอย่างมาก และยังไม่มีความแน่ชัดออกมาจากปากจูเลน โลเปเตกี ผู้เป็นกุนซือของเรอัล มาดริดแต่อย่างใด ว่าเขาจะให้ใครรับบทบาทผู้รักษาประตูมือ 1 ของทีม “ราชันย์ชุดขาว” ในฤดูกาลนี้ หลังจากที่นัดล่าสุดที่เรอัล มาดริดเปิดรังซานติอาโก้ เบอร์นาเบวเอาชนะเลกาเนสไปได้ 4-1 อดีตกุนซือทีมชาติสเปนได้ทำการเปลี่ยนผู้รักษาประตูมือ 1 เป็นครั้งแรกของฤดูกาล จากเคย์ลอร์ นาบาส นายประตูมือ 1 ทีมชาติคอสตาริก้าที่อยู่กับทีมชุดแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 3 สมัยซ้อนมาเป็นธิบอต์ กูร์ตัวส์ ผู้รักษาประตูทีมชาติเบลเยี่ยมที่คว้ารางวัลผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมของศึกฟุตบอลโลกเมื่อกลางปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นนายประตูรายใหม่ที่สโมสรทุ่มเงินถึง 40 ล้านยูโรไปคว้าตัวมาจากเชลซี ทั้งที่สัญญาของตัวนักเตะเหลือเพียงแค่ 1 ปีเท่านั้น แต่ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสรของเรอัล มาดริดก็ยอมที่จะจ่ายเงินเพื่อคว้าตัวมาร่วมทีมในฤดูกาลนี้ทันที

ในศึกยูฟ่า ซุเปอร์ คัพ ซึ่งเป็นเกมแรกที่เรอัล มาดริดมีการแข่งขันอย่างเป็นทางการในฤดูกาลนี้ ที่พบกับแอตเลติโก มาดริดที่ประเทศเอสโตเนีย ซึ่งก็เป็นนัดแรกหลังจากที่นายประตูวัย 26 ปีย้ายจากเชลซีมาเรอัล มาดริดเช่นกัน ซึ่งเกมนั้นนาบาสได้ลงสนามเป็นตัวจริง ส่วนกูร์ตัวส์นั้นไม่มีชื่ออยู่ในทีมเลยด้วยซ้ำ เนื่องจากยังไม่พร้อมลงสนามหลังจากย้ายทีมมาได้ไม่กี่วันเท่านั้น ส่วนนัดแรกของฤดูกาลที่เรอัล มาดริดทำศึกมาดริด ดาร์บี้พบกับเกตาเฟ่ จูเลน โลเปเตกี ก็ยังเลือกให้เคย์ลอร์ นาบาส ลงเฝ้าเสา และในเกมที่เรอัล มาดริดบุกไปเอาชนะคิโรน่าได้ 4-1 ก็เช่นกันที่นายประตูวัย 31 ปีลงทำหน้าที่เฝ้าเสาต่อไป ซึ่งทั้ง 3 นัด อดีตนายประตูของทีมเลบานเต้ก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม และไม่มีความผิดพลาดให้เห็นแต่อย่างใด

แต่ในนัดล่าสุดที่เรอัล มาดริดเปิดรังถล่มเลกาเนสไป 4-1 จูเลน โลเปเตกี กลับให้โอกาสธิบอต์ กูร์ตัวส์ได้ลงสนามเป็นตัวจริงบ้าง ซึ่งก็ทำหน้าที่ได้ตามปกติ และไม่ได้มีจังหวะเซฟอะไรมากมาย ส่วนประตูที่เสียก็มาจากจุดโทษนั่นเอง ทำให้ตอนนี้แฟนบอลต่างไม่แน่ใจว่าอดีตกุนซือของเอฟซี ปอร์โต้ และทีมชาติสเปนวางใครไว้เป็นมือ 1 ของเรอัล มาดริดในฤดูกาลนี้หรือไม่ หรืออาจจะให้สลับกันลงสนามแบบนี้ต่อไปก็เป็นได้ แต่จะดีหรือไม่นั้นคงต้องมาดูผลที่ตามมากันอีกที