สถานการณ์นายด่าน “ชุดขาว”

   สถานการณ์ในตำแหน่งผู้รักษาประตูมือ 1 ของทีมเรอัล มาดริดยังมีความคลุมเครือเป็นอย่างมาก และยังไม่มีความแน่ชัดออกมาจากปากจูเลน โลเปเตกี ผู้เป็นกุนซือของเรอัล มาดริดแต่อย่างใด ว่าเขาจะให้ใครรับบทบาทผู้รักษาประตูมือ 1 ของทีม “ราชันย์ชุดขาว” ในฤดูกาลนี้ หลังจากที่นัดล่าสุดที่เรอัล มาดริดเปิดรังซานติอาโก้ เบอร์นาเบวเอาชนะเลกาเนสไปได้ 4-1 อดีตกุนซือทีมชาติสเปนได้ทำการเปลี่ยนผู้รักษาประตูมือ 1 เป็นครั้งแรกของฤดูกาล จากเคย์ลอร์ นาบาส นายประตูมือ 1 ทีมชาติคอสตาริก้าที่อยู่กับทีมชุดแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 3 สมัยซ้อนมาเป็นธิบอต์ กูร์ตัวส์ ผู้รักษาประตูทีมชาติเบลเยี่ยมที่คว้ารางวัลผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมของศึกฟุตบอลโลกเมื่อกลางปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นนายประตูรายใหม่ที่สโมสรทุ่มเงินถึง 40 ล้านยูโรไปคว้าตัวมาจากเชลซี ทั้งที่สัญญาของตัวนักเตะเหลือเพียงแค่ 1 ปีเท่านั้น แต่ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสรของเรอัล มาดริดก็ยอมที่จะจ่ายเงินเพื่อคว้าตัวมาร่วมทีมในฤดูกาลนี้ทันที

ในศึกยูฟ่า ซุเปอร์ คัพ ซึ่งเป็นเกมแรกที่เรอัล มาดริดมีการแข่งขันอย่างเป็นทางการในฤดูกาลนี้ ที่พบกับแอตเลติโก มาดริดที่ประเทศเอสโตเนีย ซึ่งก็เป็นนัดแรกหลังจากที่นายประตูวัย 26 ปีย้ายจากเชลซีมาเรอัล มาดริดเช่นกัน ซึ่งเกมนั้นนาบาสได้ลงสนามเป็นตัวจริง ส่วนกูร์ตัวส์นั้นไม่มีชื่ออยู่ในทีมเลยด้วยซ้ำ เนื่องจากยังไม่พร้อมลงสนามหลังจากย้ายทีมมาได้ไม่กี่วันเท่านั้น ส่วนนัดแรกของฤดูกาลที่เรอัล มาดริดทำศึกมาดริด ดาร์บี้พบกับเกตาเฟ่ จูเลน โลเปเตกี ก็ยังเลือกให้เคย์ลอร์ นาบาส ลงเฝ้าเสา และในเกมที่เรอัล มาดริดบุกไปเอาชนะคิโรน่าได้ 4-1 ก็เช่นกันที่นายประตูวัย 31 ปีลงทำหน้าที่เฝ้าเสาต่อไป ซึ่งทั้ง 3 นัด อดีตนายประตูของทีมเลบานเต้ก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม และไม่มีความผิดพลาดให้เห็นแต่อย่างใด

แต่ในนัดล่าสุดที่เรอัล มาดริดเปิดรังถล่มเลกาเนสไป 4-1 จูเลน โลเปเตกี กลับให้โอกาสธิบอต์ กูร์ตัวส์ได้ลงสนามเป็นตัวจริงบ้าง ซึ่งก็ทำหน้าที่ได้ตามปกติ และไม่ได้มีจังหวะเซฟอะไรมากมาย ส่วนประตูที่เสียก็มาจากจุดโทษนั่นเอง ทำให้ตอนนี้แฟนบอลต่างไม่แน่ใจว่าอดีตกุนซือของเอฟซี ปอร์โต้ และทีมชาติสเปนวางใครไว้เป็นมือ 1 ของเรอัล มาดริดในฤดูกาลนี้หรือไม่ หรืออาจจะให้สลับกันลงสนามแบบนี้ต่อไปก็เป็นได้ แต่จะดีหรือไม่นั้นคงต้องมาดูผลที่ตามมากันอีกที