มังกรน้อย

  ทีมชาติเวลส์ที่หลังจากหมดยุคของกุนซือคริส โคลแมน กุนซือที่พาทีมชาติเวลส์ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2016 ที่ประเทศฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพเมื่อ 2 ปีก่อน ซึ่งพวกเขาผ่านเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ แต่ก็ไปพ่ายให้กับทีมชาติโปรตุเกสที่มีคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยอดดาวเตะระดับโลกเสียก่อน และหลังจากจบทัวร์นาเม้นต์นั้น คริส โคลแมนก็เลือกที่จะย้ายไปคุมทีมซันเดอร์แลนด์ ที่อยู่ในลีกแชมเปี้ยนชิปในเวลานั้นแทน ทำให้เวลส์ต้องมาตั้งไรอัน กิ๊กส์ อดีตยอดปีกของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเข้ามาคุมทีมแทน ซึ่งกิ๊กส์ในวัย 44 ปียังไม่มีประสบการณ์ในการคุมทีมอย่างเป็นทางการเลยด้วยซ้ำ แต่สมาคมฟุตบอลของเวลส์ก็กล้าที่จะให้โอกาสกุนซือหน้าใหม่วัย 44 ปีได้ทำหน้าที่

การเข้ามาของไรอัน กิ๊กส์ ก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงวิธีการเรียกตัวผู้เล่นทันที เมื่อตำนานของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดผู้นี้ให้ความสำคัญกับการเรียกดาวรุ่งเข้ามาติดทีมเป็นอย่างมาก เพื่อเป็นการให้โอกาสนักเตะหน้าใหม่ด้วย ซึ่งมีนักเตะหน้าใหม่ที่ก้าวขึ้นมาติดทีมชาติชุดใหญ่เป็นครั้งแรกในยุคการคุมทีมของไรอัน กิ๊กส์หลายรายทีเดียว และทำผลงานได้ดีเสียด้วย อย่างในการแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ ลีกล่าสุดที่พวกเขาเปิดบ้านยำใหญ่ใส่ทีมชาติไอร์แลนด์ของมาร์ติน โอนิลไปได้ถึง 4-1 ก็มีการใช้นักเตะดาวรุ่งหลายรายทีเดียว ซึ่งดาวรุ่งที่โดดเด่นมากๆ ของทีมชาติเวลส์ในวันนั้นก็คืออีธาน อัมปาดู ดาวรุ่งหัวฟูวัยเพียง 17 ปีจากสโมสรเชลซี ทที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่น และสามารถแอสซิสต์ให้เพื่อนทำประตูได้ด้วย ซึ่งถือว่าเป็นการเริ่มต้นยุคใหม่ของทีมชาติเวลส์ได้อย่างน่าประทับใจทีเดียว เพราะทีมชาติไอร์แลนด์ในยุคของมาร์ติน โอนิลนั้นไม่ใช่ว่าจะเป็นทีมที่เอาชนะกันได้ง่ายๆ เลย แต่ทีม “มังกรน้อย” ทีมนี้กลับทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยมีแกเร็ธ เบล ดาวเตะจากเรอัล มาดริดเป็นหัวโจกในแนวรุก ส่วนแนวรับก็จะมีแอชลี่ย์ วิลเลี่ยม กองหลังตัวเก๋าที่เป็นกัปตันทีมชุดนี้เป็นแกนหลัก และแดนกลางก็มีอารอน แรมซี่ย์ เป็นหัวหมู่ทะลวงฟันแนวรับของคู่แข่ง ซึ่งถือว่าดูดีมีอนาคตทีเดียวสำหรับทีมชาติเวลส์ชุดนี้ ซึ่งเกมที่พวกเขาถล่มทีมชาติไอร์แลนด์นั้นเล่นได้เข้าตามากๆ และครองเกมบุกใส่ทีม “ยักษ์เขียว” ได้ตลอดทั้งเกมเลยด้วย ถือว่าน่าติดทีมมากสำหรับดาวรุ่งของเวลส์ชุดนี้