คาแร็คเตอร์ที่ถูกสืบทอด

    วิถีของวงการฟุตบอลในยุคนี้ที่เราได้เริ่มเห็นเรื่อยๆ ในระยะหลังก็คือ นักเตะที่เราได้เคยชมฟอร์มการเล่นหรือว่าเป็นขวัญใจของเราในตอนนั้นมันได้มีอายุมากขึ้นกันไปเรื่อยๆ จนมีนักเตะขวัญใจหลายๆ คนก็ได้ทำการแขวนสตั๊ดเลิกเล่นกันไปหลายคนแล้ว และหลายคนก็ไม่ได้หายหน้าหายตาไปไหน โดยก็ยังมีหลายคนที่ยังได้งานเป็นคอมเมนเตเตอร์ให้กับช่องกีฬาชื่อดังของประเทศอังกฤษ ที่จะทำหน้าที่วิเคราะห์หลังเกมที่มีการถ่ายทอดสดในนัดต่างๆ ซึ่งตอนนี้มีหลายคนทีเดียว อย่างเช่นแกรี่ เนวิลลื และเจมี่ คาร์ราเกอร์เป็นต้น และก็มีอดีตนักเตะอีกหลายคนเช่นกัน ที่ผันตัวไปทำหน้าที่ผู้จัดการทีมตามลีกต่าง ซึ่งตอนนี้ก็มีหลายคนมากทีเดียว ทั้งแฟรงค์ แลมพาร์ด อดีตยอดกองกลางของเชลซี ที่ไปคุมทีมดาร์บี้ เคาน์ตี้ในศึกอีเอฟแอล แชมเปี้ยนชิป หรือปาทริช วิเอร่า อดีตสุดยอดกองกลางชาวฝรั่งเศสของอาร์เซน่อลที่ได้คุมทีมนีชในประเทศฝรั่งเศสอยู่ในเวลานี้ด้วย รวมถึงอีกรายคือสตีเว่น เจอร์ราร์ด อดีตกองกลางกัปตันทีมของลิเวอร์พูล ที่ฤดูกาลนี้เขาได้งานคุมทีมอย่างเต็มตัวเป็นครั้งแรกกับทีมเรนเจอร์ส ทีมในสก็อตติช พรีเมียร์ลีก ซึ่งมีเซลติกเป็นมหาอำนาจลูกหนังของประเทศสก็อตแลนด์ในปัจจุบัน ซึ่งการเป็นผู้จัดการทีมครั้งแรกของสตีเว่น เจอร์ราร์ดถือว่าน่าสนใจมากทีเดียว

เรนเจอร์สได้ทำการประกาศว่าแต่งตั้งสตีเว่น เจอร์ราร์ดเข้ามาคุมทีมในถิ่นไอบร็อกซ์ สเตเดี้ยมเมื่อช่วงต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งเจอร์ราร์ดพึ่งจะมีประสบการณ์คุมทีมชุดยู 18 ปีของลิเวอร์พูลมาไม่นานเท่านั้น ทำให้การเลือกเจอร์ราร์ดมาคุมทีมในครั้งนี้ถือว่ามีความเสี่ยงมากพอสมควรทีเดียวสำหรับเรนเจอร์ส แต่ด้วยคอนเน็คชั่นที่อดีตยอดนักเตะเคยมี ทำให้ทีมสามารถยืมตัวนักเตะจากอคาเดมี่ของลิเวอร์พูลมาได้หลายรายทีเดียว ทำให้ทีมมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย และที่สำคัญคือกุนซือหนุ่มวัย 38 ปีสามารถพาทีมผ่านเข้าไปเล่นในรอบแบ่งกลุ่มของศึกยูโรป้า ลีกได้อีกด้วย หลังจากที่ต้องผ่านรอบคัดเลือกมาถึง 3 รอบเลยทีเดียว ซึ่งในสมัยหนุ่มๆ เจอร์ราร์ดมีวิธีการเล่นเป็นอย่างไร ซึ่งตอนนี้ก็ถูกถ่ายทอดให้กับนักเตะของเรนเจอร์สไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อทีมเรนเจอร์สในฤดูกาลนี้มีนักเตะที่ต้องโดนใบแดงไล่ออกจากสนามไปหลายนัดมากทีเดียว ซึ่งสมัยเจอร์ราร์ดหนุ่มๆ ก็โดนใบแดงไปไม่น้อยเช่นกัน